ดื้อ ซน อยู่ไม่นิ่ง แก้อย่างไรดี ลองใช้กันดูนะคะ

ใครเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเคยเจอแน่นอน เพราะเด็กกับความซนนั้นเป็นสิ่งที่คู่กัน ยิ่งเป็นช่วงที่วิ่งเล่นได้แล้วนั้น เหมือนต้องคอยดูอยู่ตลอดเวลา เพราะกลัวจะไปซนในที่ๆไม่ปลอดภัย เราลองมาดูกันนะคะว่า หากเจอเด็กซนจริงๆ เราจะมีวิธีแก้อย่างไรได้บ้าง

# หาของเล่นเสริมพัฒนาการให้เล่น

วิธการหาของเล่นเสริมพัฒนาการให้เด็กเล่นนั้น ไม่ใช่เพียงเน้นแต่จะเสริมพัฒนาการอย่างเดียวนะคะ เพราะหากเสริมพัฒนาการจริงๆจังๆ แต่เด็กไม่สนุกกับของเล่นชิ้นนี้ ของเล่นชิ้นนี้ก็จะเกิดประโยชน์ได้น้อยเช่นกัน ของเล่นเด็กนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่เด็กชอบ และช่วยเสริมพัฒนาการด้วยจึงจะเหมาะคะ ของเล่นจะช่วยให้เด็กอยู่นิ่งมากขึ้นนะคะ ในกรณีที่อยู่ภายในบ้านหรือในรถนะคะ

# ใช้วิธีการจับมือ

ในกรณีที่เด็กอยู่นอกบ้านเช่นในห้างหรือว่าข้างถนน เด็กที่ดื้อหรือซนมากๆ ต้องใช้วิธีการจับมือเดิน เพื่อป้องกันการเดินเข้าหารถ เพราะเด็กจะไม่ค่อยระมัดระวัง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

# ใช้การมองตา

ในสถานการณ์ที่เด็กนั้นงอแงหรืออยากได้สิ่งของใดๆในห้างสรรพสินค้า แล้วเกิดการงอแงขึ้นมา เด็กจะไม่ฟังเหตุผลใดๆ สิ่งที่คุณแม่หรือคุณพ่อพึงจะทำได้คือการที่จับแขนไว้ ไม่ให้เดินไปไหน หากถึงขั้นที่มีการทิ้งตัวลงที่พื้น วิธีที่ทำได้ผลคือการนิ่งไม่ดุด่า เด็กจะเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกได้ พยายามมองตาเด็กให้ได้ เมือเด็กมองตา ความรู้สึกจะนิ่งลงได้คะ จากนั้นรอให้ลูกใจเย็นๆลงก่อนแล้วค่อยพูดคุยด้วยเหตุผลนะคะ อธิบายถึงความจำเป็น แม้เป็นเพียงเด็ก แต่ มายด์ เชื่อเหลือเกินว่าเด็กทุกคนใช้เหตุและผลได้ เพียงแต่เราค่อยๆพูดด้วยอารมณ์ที่ไม่เช ิงต่อว่านะคะ 

# รับการตรวจรักษา

เด็กทุกคนย่อมมีความซนอยู่ในตัวทุกคนนะคะ แต่หากความซนของเด็กบางคนนั้น เกิดกว่าวันเดียวกันมาก และ มีผลกระทบต่อการเรียน เช่นแกล้งเพื่อน ไม่อยู่นิ่ง เรียนไม่เข้าใจ ไม่มีสมาธิ อาการจะเข้าข่ายเป็น โรคสมาธิสั้น ได้คะ ดังนั้น หากสังเกตุอาการของลูกรักแล้วพบว่ามีอาการใกล้เคียงกับโรคสมาธฺสั้นนั้น แนะนำให้ทำการพบแทพย์เข้าทำการตรวจและรักษานะคะ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนยังไม่ทราบว่าอาการสมาธิสั้นเป็นอย่างไร มาดย์ ก็มีบทความเช็คกันดูได้เลยคะ ตามลิงค์นี้นะคะ สมาธิสั้น เกิดจากอะไร ลองเข้าไปเช็คดูกันได้นะคะ

# การตัดสิทธิที่พึงได้รับ

หากว่าเด็กมีอาการดี้อตามวัย แต่เด็กบอกแล้วก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง สิ่งที่จะนำมาต่อรองได้ก็คือ การติดสิทธิที่เคยได้รับออกไป ยกตัวอย่างเช่น หากลูกมีค่าขนมวันละ 50 บาท สามารถต่อรองว่าถ้าไม่หยุดนิ่งหรือไม่ทำในสิ่งที่ต้องการนั้น สิ่งที่เขาจะโดนตัดไปก็คือค่าขนมนั้นเอง หรือ อีกตัวอย่างเช่น สิทธิในการเล่นมือถือ หากลูกไม่ทำตาม เขาจะไม่ได้เล่นมือถือตามเวลาที่กำหนัดไว้ สิ่งที่ต่อรองนี้ถือเป็นสิทธิในการทำโทษแทนการตีนะคะ การตีแนะนำเป็นสิ่งสุดท้ายเลยคะ เพราะมายด์ยังคงเชื่อคะ ว่าเด็กทุกคนสามารถใช้เหตุและผลในการต่อรองได้ ลองนำไปใช้กันดูนะคะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ หากใครคิดว่าดีและมีประโยชน์ ก็ลองนำไปลองปรับใช้กันได้นะคะ ไม่มีค่าลิขสิทธืคะ อย่าลืมแชร์ไปให้เพือๆท่านอื่นได้อ่านกันด้วยนะคะ

รวมเทคนิค การเลี้ยงลูก