โรคสมาธิสั้น เกิดจากอะไร

สอนลูกไม่ฟัง ทำอย่างไรดี ต้องมีวิธีไหนดีละ

โรคสมาธิสั้น เกิดจากอะไร มาทำความรู้จักกับโรคนี้กันคะ

คำว่า โรคสมาธิสั้น หรือ ภาวะสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder; ADHD) โรคสมาธิสั้น เกิดจากอะไร เป็นภาวะที่เกิดจากสมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมสมาธิและพฤติกรรมมีการทำงานที่ลดลง หรือทำงานไม่เต็มที โดยมีสาเหตุและหลายปัจจัย ที่ทำให้มีอาการ ซึ่งแพทย์จิตเวชเผยว่า ในปี 2560 นี้เด็กไทยเป็นโรคสมาธิสั้นเพิ่มขึ้น ไม่ใช่จากแค่ทางพันธุกรรมแต่เกิดจากพฤติกรรมของเด็กที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกได้เล่นมือถือ ดูโทรทัศน์นานเกินไป ซึ่งบางครั้งในการหลีกเลี่ยงให้เด็กรบกวนขณะทำงานอะไรอยู่ การให้โทรศัพท์เด็กเพื่อดูหนัง ฟังเพลง เป็นสิ่งที่ตัดความรำคาญสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ แต่รู้หรือไม่ว่า สิ่งที่ทำนั้นมีผลต่อเด็กในระยะยาวได้นะ ส่วนผลกระทบมีอะไรบ้างนั้น เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังกันคะ

สาเหตุของโรคสมาธิสั้น

สำหรับสาเหตุของโรคสมาธิสั้นนั้น จะแบ่งออกเป็น 2 สาเหตุหลักๆด้วยกัน กลุ่มแรกก็คือโรคสมาธิสั้นแท้ หรือเรียกว่าเป็นสมาธิสั้นตั้งแต่กำเนิด ส่วนสมาธิสั้นเทียมก็เป็นจากปัจจัยภายนอก

สาเหตุของโรคสมาธิสั้นแท้

>>> กรรมพันธุ์ หรือที่เรียกกันว่าทางด้านพันธุกรรม จากการวิจัยจึงได้พบว่าโรคสมาธิสั้นนั้นสามารถถ่ายทอดผ่านสายเลือดภายในครอบครัวได้ถึงร้อยละ 75 ปัจจัยทางด้านระบบประสาท พบว่ามีการทำงานของสมองส่วนหน้าที่ผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณที่ทำงานเกี่ยวกับการคิด การวางแผน การจัดลำดับสิ่งต่างๆ และการควบคุมตนเอง รวมถึงมีสารในสมองที่สำคัญบางตัวน้อยกว่าคนปกติทั่วไป

>>> แม่ของเด็กมีพฤติกรรม สุ่มเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุราระหว่างตั้งครรภ์

>>> เด็กที่มีประวัติการคลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่าปกติคลอด ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ทำให้เด็กมีโอกาสเป็นสมาธิสั้นด้วย เนื่องด้วยการที่ร่างกายขาดสารอาหารที่พอเหมาะพอเพียงในการดูแลสมอง จึงทำให้การทำงานของสื่อนำประสาทในสองทำงานได้ไม่เต็มที่หรือทำงานผิดปกตินั่นเอง

สาเหตุของโรคสมาธิสั้นเทียม

>>> อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมีอาการมากขึ้น หรือทำให้เด็กปกติดูมีอาการคล้าย สมาธิสั้น หรือที่เรียกว่า “สมาธิสั้นเทียม” คือ ปัจจัยทางด้านการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม เช่น การเลี้ยงดูที่ขาดระเบียบวินัย ตามใจ ไม่มีกฎระเบียบภายในบ้าน ไม่มีการควบคุมที่สม่ำเสมอ หรือความเห็นในการเลี้ยงดูที่ไม่ตรงกันของพ่อแม่ผู้ปกครอง และที่สำคัญคือ การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ เช่น ไอแพด แท็บเล็ต มือถือ รวมถึงโทรทัศน์ เป็นเวลานานๆ โดยขาดการควบคุมจากผู้ปกครอง ซึ่งสื่อหรืออุปกรณ์ทั้งหลายเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตในปัจจุบัน พ่อแม่มักสังเกตเห็นว่าเวลาที่ลูกอยู่กับอุปกรณ์เหล่านี้จะนิ่ง อยู่ได้นาน ไม่รบกวนพ่อแม่ พ่อแม่ควบคุมได้ง่ายขึ้น ทำให้พ่อแม่หลายคนเลี้ยงดูลูกโดยการให้อยู่กับหน้าจอตลอดเวลาทั้งในบ้านและนอกบ้าน เด็กที่มีการใช้สื่อเหล่านี้มากๆ จะกลายเป็นเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าโดยเฉพาะด้านการพูดและการสื่อสาร ขาดทักษะสังคม ใจร้อน รอคอยอะไรไม่ได้ หงุดหงิดง่าย รวมถึงอาจมีปัญหาพฤติกรรมรุนแรงที่เกิดจากการเลียนแบบสิ่งที่ดูจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์

 

กลุ่มอาการของโรคสมาธิสั้น

ผลสำรวจของกรมสุขภาพจิตจากปี 2559 ตรวจพบว่าเด็กไทยป่วยเป็น โรคสมาธิสั้น (adhd) ในอัตราร้อยละ 5.38 และในปัจจุบันก็มีแนวโน้วที่จะเป็นโรคสมาธิสั้นมากขึ้น โดยสาเหตุเกิดจากกรรมพันธุ์ และแม่ที่มีพฤติกรรมดื่มสุราและสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือการบริโภคน้อย กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แม่ขาดสารอาหาร ส่งผลให้พัฒนาการของสมองทารกบกพร่องบางส่วน มีปริมาณสารสื่อประสาทในสมองน้อยกว่าเด็กปกติ ซึ่งจะแสดงอาการตั้งแต่ก่อนอายุ 7 ขวบ และพบมากในเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยมี 3 กลุ่มอาการได้แก่

กลุ่มที่ 1 กลุ่มอาการขาดสมาธิ

>>> มักไม่สามารถจดจ่อกับรายละเอียดของงานได้เป็นเวลานานๆ
>>> มักไม่มีสมาธิในการทำงานและการเล่น
>>> มีอาการคลายเหม่อลอย ไม่ได้ยินในสิ่งที่ผู้อื่นพูด
>>> ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายไม่ครบ หรือไม่เสร็จ เพราะจำได้หมดว่าได้รับมอบหมายอะไรบ้าง
>>> มักไม่ชอบงานที่ต้องใช้ควาามคิด
>>> มักไม่มีสมาธิในการเรียน แต่จะมักสนใจสิ่งรอบข้างอยู่เป็นประจำ
>>> มักจะทำสิ่งของหาย หรือ หลงลืม สิ่งของที่ต้องใช้เป็นประจำอยู่เสมอ

กลุ่มที่ 2 กลุ่มหุนหันพลันแล่น

>>> ทำงานแบบ รีบๆ ตื่นๆ เหมือนรีบมาก
>>> มีอาการคล้าย Hiper รีบๆ รนๆ ตลอดเวลา
>>> ทำงานไม่ค่อยเรียบร้อย ไม่ปราณีตในงาน
>>> ไม่สามารถอยู่นิ่งๆได้เป็นเวลานาน ๆ ต้องหาอะไรกระทำตลอดเวลา
>>> ชอบแกล้ง ชอบแหย่เพื่อน ให้ เพราะสนุก
>>> กลุ่มอาการนี้เรียกกันว่า เด็กไฮเปอร์

กลุ่มที่ 3 พฤติกรรมขาดความยับยั้งชั่งใจตนเอง

>>> ใจร้อน วู่วาม ขาดความยั้งคิด
>>> ซน ชอบจับโ่น่น จับนี่ อยู่ไม่สุข
>>> ชอบแกล้ง ชอบแหย่ ขยับมือ ขยับเท้าบ่อยๆ และเป็นประจำ
>>> ชอบพูดแทรก ถาม ขณะผู้ใหญ่สนทนากัน สร้างความรำคาญให้ผู้ใหญ่บ่อยๆ
>>> ต่อต้าน ขณะที่ผู้ใหญ่สอน หรือกล่าวตักเตือน ไม่พอใจ ขี้โมโห
>>> ไม่ชอบอะไรที่เป็นการรอเป็นเวลานาน ๆ อดทนรอนานๆไม่ได้
>>> มักพูดมากไม่ยอมหยุด พูดคนเดียว เล่นกับเพื่อนๆไม่ค่อยได้ 
>>> ขาดความระมัดระวังในการทำสิ่งต่างๆ
>>> พูดจา โผลงผาง ไม่ได้ไตรตรองก่อนพูด
>>> รวมถึงอาการซิมเศร้า เวลาเสียใจมากๆ

สมาธิสั้นแท้กับสมาธิสั้นเทียมแตกต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่าง สมาธิสั้นแต่กับสมาธิสั้นเทียม ซึ่งหลายคงคงจะยังไม่เข้าใจว่า ต่างกันด้วยเหรอ แล้วต่างกันอย่างไร วันนี้จะเอามาเปรียบเทียบให้ดูกันเลยคะว่าความต่างกันอย่างไรบ้าง

สมาธิสั้นแท้

สาเหตุของสมาธิสั้นแท้มาจาก พันธุ์กรรม ซึ่งการเป็นสมาธิสั้นแบบนี้ จะเป็นการเป็นตั้งแต่กำเนิด เป็นการทำงานของสารสื่อนำประสาทำงานผิดปกติ สาเหตุหลักๆมาจาก กรรมพันธ์ การดื่มสุราหรือเสพสารเสบติดระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงการสูบบุหรี่อีกด้วย การมีน้ำหนักหลังคลอดน้อยกว่ากำหนดก็มีผลต่อการเป็นสมาธิสั้นอีกด้วยเช่นกันคะ

สมาธิสั้นเทียม

สาเหตุของสมาธฺสั้นเทียมนั้นจะแตกต่างจากสมาธิสั้นแท้ตรงที่เด็กที่เป็นสมาธิสั้น ไมได้เป็นมาแต่กำเนิด แต่เป็นเนื่องจากพฤติกรรมที่ได้รับ เช่นการดูมือถือเป็นเวลานานๆ การดูทีวีเป็นเวลานานๆ ส่งผลให้เด็กเสี่ยงเป็นสมาธิสั้นเทียมได้เช่นกัน

การรักษาโรคสมาธิสั้น

เมื่อสงสัยว่าลูกมีอาการเข้าได้กับสมาธิสั้น ควรพาเข้ารับการปรึกษาจากจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม สำหรับการช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้นนั้น จะประกอบด้วยการปรับพฤติกรรม ร่วมกับการใช้ยาในบางราย โดยในเด็กที่มีอาการไม่มาก อาการไม่ได้รบกวนการเรียนหรือการใช้ชีวิตประจำวันมาก หรือเด็กที่เป็นสมาธิสั้นเทียม ก็จะใช้การปรับพฤติกรรมในเบื้องต้น ส่วนเด็กสมาธิสั้นที่มีอาการค่อนข้างมากทำให้รบกวนการเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าสังคม ก็จำเป็นต้องมีการใช้ยาควบคู่ไปด้วย

>>>> การรักษาโดยวิธีการทานยา

การรักษาด้วยวิธีการทานยานั้น ต้องศึกษาถึงผลกระทบหรือผลข้างเคียงอย่างระเอียดนะคะ เพราะตัวยาแต่ละตัวอาจจะมีผลกระทบในระยะยาวได้คะ และการรักษาด้วยวิธีการทานยา จะมีกลุ่มยาต่างๆดังนี้คะ

>>> ยาในกลุ่มออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท ได้แก่ Methylphenidate เป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้น และให้ผลในการรักษาดีที่สุดในคนส่วนใหญ่ ยากลุ่มนี้มี 2 รูปแบบ คือ แบบออกฤทธิ์สั้น ครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมง โดยในแต่ละวันจะต้องมีการกินยาประมาณ 2-3 ครั้ง และแบบออกฤทธิ์ยาว ครั้งละประมาณ 10-12 ชั่วโมง ซึ่งจะกินเพียงครั้งเดียวในตอนเช้า ยาจะสามารถคุมอาการได้ตลอดวัน

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของยากลุ่มนี้คือ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ

>>> ยาในกลุ่มไม่ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท ได้แก่ Atomoxetine ใช้รักษาโรคสมาธิสั้นในกรณีที่เด็กไม่สามารถทนต่อผลข้างเคียงของยา Methylphenidate ได้

>>> ยากลุ่ม Alpha 2 agonist ได้แก่ Clonidine ใช้ในเด็กสมาธิสั้นที่มีโอกาสเกิดโรคกล้ามเนื้อกระตุกร่วมด้วย หรือในเด็กที่มีอาการซน หุนหันพลันแล่น หงุดหงิดง่าย หรือมีอารมณ์โกรธรุนแรง รวมถึงเด็กที่มีปัญหาการนอน

>>> ยาต้านเศร้า เช่น Bupropion ใช้ในเด็กที่สมาธิสั้นที่อาจมีปัญหาอื่นร่วมด้วย เช่น ซึมเศร้า กระวนกระวาย อารมณ์แปรปรวน

ยาทุกชนิดควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิจารณาในการสั่งใช้ และติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เด็กแต่ละรายอาจมีอาการและการตอบสนองต่อยาที่แตกต่างกัน หากผู้ปกครองมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

>>>> การรักษาโดยวิธีการปรับพฤติกรรม

>>> การปรับพฤติกรรม พ่อแม่ต้องมีความตั้งใจที่จะร่วมมือกันปรับพฤติกรรมเด็ก ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น โดยหลักการปรับพฤติกรรมในเบื้องต้นเพื่อช่วยให้เด็กสมาธิสั้นมีอาการดีขึ้น หรือช่วยให้เด็กสมาธิสั้นเทียมหายจากการมีอาการคล้ายสมาธิสั้น มีดังนี้

>>> ใช้การสื่อสารที่สั้น กระชับ ตรงไปตรงมา เวลาที่ต้องการพูดหรือออกคำสั่ง ควรให้เด็กหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ มองหน้าสบตาพ่อแม่ และให้ทวนสิ่งที่พ่อแม่พูดหรือสั่ง เพื่อเช็คว่าเด็กรับฟังได้ครบและเข้าใจถูกต้อง

>>> ทำตารางเวลาที่ชัดเจน ให้กับเด็กว่าเวลาไหนต้องทำอะไรบ้าง และติดไว้ในที่ที่เด็กเห็นได้ชัด เพื่อให้เด็กดูได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องให้พ่อแม่คอยเตือนซ้ำในทุกๆ วัน เป็นการฝึกให้เห็นความสำคัญของเวลาและรู้จักวางแผนแบ่งเวลา โดยผู้ปกครองจะต้องคอยกำกับดูแลในช่วงแรกจนเด็กคุ้นเคยและปฏิบัติจนเป็นนิสัย

>>> ปรับบรรยากาศการทำการบ้านของเด็กให้สงบ ไม่มีเสียงโทรทัศน์ ไม่มีอุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน พ่อแม่ควรนั่งประกบเด็กเวลาทำการบ้านเพื่อคอยกระตุ้นไม่ให้เด็กเหม่อหรือวอกแวก

>>> ในเด็กที่พลังงานเยอะ ควรหากิจกรรมให้เด็กได้ทำในแต่ละวัน เช่น เล่นกีฬา เพื่อให้มีการใช้พลังงานในทางที่สร้างสรรค์และเหมาะสม

>>> จำกัดการดู ไอแพด แท็บเล็ต หรือโทรทัศน์ วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง มีเวลาให้เล่นที่ชัดเจน ไม่ควรให้เมื่อไหร่ก็ได้ที่อยากจะเล่น และพ่อแม่ควรอยู่กับเด็กในขณะที่เด็กเล่นเพื่อดูความเหมาะสมของสิ่งที่เด็กเล่นหรือดู

>>> ชื่นชมในสิ่งที่เด็กทำได้ดี อาจมีการใช้ตารางสะสมดาวเพื่อกระตุ้นให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดี หากต้องมีการลงโทษ ควรใช้การจำกัดสิทธิ เช่น ลดค่าขนม ลดเวลาในการเล่นเกม

>>> พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กในเรื่องของความมีระเบียบวินัย การรู้จักอดทนรอคอย รวมถึงการใช้ไอแพด แท็บเล็ต หรือโทรทัศน์ ด้วย

>>>> การรักษาโดยวิธีการทานอาหารเสริม

การทานอาหารเสริม มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบการทำงานของประสาท กระตุ้นการทำงานของสารสื่อนำประสาทได้ดีขึ้น ช่วยให้การทำงานของประบบประสาททำงานได้ดียิ่งขึ้น ตัวเลือกนี้ข้อดีก็คือ ไม่มีผลข้างเคียงหรือผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากสารสกัดนั้นเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ส่วนการเลือกอาหารเสริมนั้นต้องเลือกกันอย่างละเอียดหน่อยนะคะ เพราะอาหารเสริมที่สำคัญที่สุดคือต้องผ่านการรับรองจาก องค์การอาหารและยา ได้มาตราฐานการผลิต และสารอาหารที่นำมาผลิตนั้น ต้องเป็นสารสกัดที่เน้นบำรุงการทำงานของสมองโดยเฉพาะ ในส่วนนี้ของแนะสำอาหารเสริมที่ชื่อ Alertide โดยส่วนตัวได้มีโอกาสใช้เองและได้แนะนำให้น้องสาวได้ใช้ ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจมากด้วยคะ ส่วนใครสนใจการดูแลด้วยวิธีนี้ก็กดเข้าไปดูข้อมูล ผลิตภัณฑ์ กันได้นะคะ ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนการตัดสินใจสั่งซื้อนะคะ

ข้อมูลอาหารเสริม อะเลอไทด์ กดที่นี่

รักษาสมาธิสั้น ที่ไหนดี

หากได้อ่านบทความแล้วพบว่า อาการของลูกรัก เข้าข่ายที่จะเป็นโรคสมาธิสั้น สิ่งที่จะต้องทำต่อไปได้ก็คือ ตรวจเช็คกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความแน่ใจ แต่หลายๆท่านคงจะส่งสัยต่อว่า แล้วตรวจรักษาโรคสมาธิสั้นตรวจรักษาที่ไหนดีละ วันนี้ทาง Admin ก็ได้ทำการค้นหามาให้เพียงบางส่วน แต่ไม่ได้การันตีว่ารักษาที่ไหนดีนะคะ เพียงแต่เป็นเพียงสถานที่ๆทำการตรวจสอบมาเท่านั้นคะ คุณพ่อคุณแม่ อยู่ใกล้จุดไหนก็สามารถเข้าไปสอบถามกันได้นะคะ จะมีเบอร์ให้โทรสอบถามกันได้เลยคะ

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
เบอร์โทร 02-2011235 02-2011726

โรงพยาบาลมนารมย์
เลขที่ 9 ถนนสุขุมวิท 70/3 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทรศัพท์ : 02 725 9595, 02 032 9595

สถาบันสุขภาพเด็กเเห่งชาติมหาราชินี
420/8 ถนนราชิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
เบอร์โทร 1415

โรงพยาบาลกรุงเทพ
2 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่, ห้วยขวาง, กรุงเทพ 10310 ประเทศไทย
เบอร์โทร 02-7551213 หรือ 1719

โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี
888/88 หมู่ 3 ถนนสุขุมวิท ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
เบอร์โทร 03-3030888

โรงพยาบาลสมิติเวฃ สุขุมวิท
133 สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110
เบอร์โทร 02-022-2222

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
เบอร์โทร 02-4197000

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
2 ถนนหลังวัง แขวงศิราราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
เบอร์โทร 02-4191000 หรือ 1474

แฮปปี้โฮม คลินิก
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ชั้น 7 โซนการศึกษา ห้อง 724 เลขที่ 99 หมู่ 2 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
082-0147272

ไม่ได้สรุปว่าที่ไหนดีกว่าที่ไหนนะคะ ท่านใดสะดวกที่ไหนก็ใช้บริการที่นั่นนะคะ หากมีเพิ่มเติมเดี๋ยว Admin จะนำมาอัพเดทให้นะคะ 

"ลูกไม่สนใจเรียน ความจำไม่ดี แก้ได้ง่ายนิดเดียว"

ยิ่งนับวัน การเเข่งขันด้านการเรียน ยิ่งสูงขึ้น ในยุคนี้ ใครมีพื้นฐานดีก็จะได้เปรียบมากกว่า อย่าปล่อยให้อาการเหล่านี้ มาบดบังความสามารถของลูกรัก

✅ขาดสมาธิจดจ่อ อยู่ไม่นิ่ง
✅ไม่ชอบเขียนและไม่ชอบอ่าน
✅ทำงานเสร็จช้า ขาดความรับผิดชอบ
✅อารมณ์ขี้หงุดหงิด ใจร้อน
✅ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก
✅ขี้ลืม จำสิ่งที่ครูสอนไม่ได้
✅ไม่ค่อยมีสมาธิ ขี้ลืม
✅ติดมือถือ นอนดึก
✅ไม่ชอบเขียนและไม่ชอบอ่าน
✅ทำงานเสร็จช้า ขาดความรับผิดชอบ
✅วอกแวกง่าย ไม่นิ่ง เหมือนเด็กสมาธิสั้น
✅เล่นเกมส์ นอนดึก ตื่นยาก

⭕ปล่อยไว้นานยิ่งจะดูแลยากขึ้น บางคนต่อต้าน ไม่เชื่อฟังพ่อแม่เลย
ไม่สนใจเรียน เกรดตก ยิ่งอยู่ในช่วยวัยรุ่น ยิ่งเป็นช่วงสำคัญ
.
🔰รีบดูแลตั้งแต่วันนี้อย่างจริงจัง ก่อนจะสายเกินไป
ดูแลถูกวิธี>> รับรองลูกรักกลับมาเรียนดีได้แน่นอนค่ะ

อัพเกรดสมอง.....พิชิตทุกฝัน

ทุกปัญหาแก้ได้ง่ายๆ นิดเดียวค่ะ แค่แก้ให้ตรงจุด ลูกรักก็กลับมามีสมาธิดี เรียนดี ตั้งใจเรียนอีกครั้ง #เพราะมีตัวช่วยดีๆ อย่าง “อเลอไทด์” รับรองไม่ผิดหวัง ใช้ดีจนต้องบอกต่อ….

🔰อยากได้ของแท้ต้องที่นี่เลยค่ะ ส่งตรงจากบริษัท ได้รับของแท้💯

"เริ่มต้นดูแลถูกวิธี ลูกรักเรียนดีตลอดไป"

เปิดเทอมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม >> มีวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิและความจำ

คุณแม่ได้มากกว่าคำว่าคุ้มค่าแน่นอน
เพราะวิตามินตัวนี้ แตกต่างจากตัวอื่นๆ ที่คุณแม่เคยให้น้องทานมาแน่นอนจ้า

> ปลอดภัย >ทานแล้วเห็นผล

❗️เริ่มได้แล้ววันนี้ กับการใส่ใจ ดูแลเรื่องสมาธิและความจำของลูกรัก อย่างจริงจัง
.
สิ่งนี้ จะช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป…….

ทักมาปรึกษาก่อนได้นะคะ ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
โทร 096-424-2979

สอบถามส่วนตัว กดที่ภาพ

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่

ลูกขี้เกียจทำการบ้าน นอนดึก ตื่นสาย จะแก้อย่างไรดี???

ลูกขี้เกียจทำการบ้าน นอนดึก ตื่นสาย จะแก้อย่างไรดี??? ...
อ่านต่อ

อยากให้ลูกมีสมาธิและความจำดี ในการเรียน^^^

อยากให้ลูกมีสมาธิและความจำดี ในการเรียน^^^ การมีสมาธิที่ดีเป็นความสามารถที่สำคัญของเด็ก เด็กที่มีสมาธิดี ...
อ่านต่อ

“เริ่มต้นดูแลถูกวิธี ลูกรักเรียนดีตลอดไป”

"เริ่มต้นดูแลถูกวิธี ลูกรักเรียนดีตลอดไป" "เริ่มต้นดูแลถูกวิธี ลูกรักเรียนดีตลอดไป"เคยได้ยินกันมาบ้างแล้วใช่ไหมว่า ...
อ่านต่อ

“วัยที่กำลังเรียนรู้” คุณแม่ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ !!!

"วัยที่กำลังเรียนรู้" คุณแม่ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ !!! พฤติกรรมเด็กวัย ...
อ่านต่อ